2007/Aug/11

อ่า~~~~~ได้ฤกษ์ได้ยาม มาอัพฟิค

มาครั้งนี้เอาที่เดียวจบเลย

ยังไงก้อช่วยเม้นหน่อยแล้วกันนะคร๊าบบบบบ

คราวหน้าฟิกยุนแจที่ค้างไว้ จามาอัพแน่นอน

ถ้าไม่มีอัพให้เตะ ไอ้ส้มเลย 555555

เกี่ยวไรก่ากรุ -*- ส้ม Say :

ที่แท้รักแค่เธอ (past 2)

ซองอุงนั่งเงียบอยู่คนเดียวที่ม้าหินอ่อนใต้ต้นหูกวางที่กำลังพัดไหวไปตามแรงลมที่มากระทบกับกิ่งก้านในของมันเบาๆ เธอหยิบของสิ่งหนึ่งขึ้นมาดู มันคือกำไลไหมพรมสีแดงที่ได้จากการถักออกมาเป็นเส้นสวยงาม

ตอนนี้ข้อมือของเธอใหญ่เกินไปที่จะใส่มันเสียแล้ว เธอจึงเก็บมันไว้ในกระเป๋าสตางค์มาตลอด

มุนบิน อะไรอ่ะ สวยจังเลย เด็กหญิงวัยสามขวบชี้ไปที่ข้อมือของเด็กชายวัยเดียวกัน ที่ข้อมือนั่นมีกำไลไหม

พรมสีแดงสดที่ดูน่ารักน่าสนใจสำหรับวัยเด็ก และตอนนี้ซองอุงก็กำลังสนใจมัน

อันนี้น่ะเหรอ มันคือกำไล คุณแม่ของมุนบินทำให้ ซองอุงอยากได้ไหม เรายกให้

เหย์ พูดจริงเหรอ ถ้ามุนบินให้ ซองอุงก็จะรับไว้นะยิ้มหวาน แอบดีใจมากมายเพราะกำลังอยากได้อยู่พอดี

แต่ว่า แลกกันกับเจ้านั่นได้เปล่ามุนบินชี้ไปที่ตุ๊กตาหมีตัวเล็กๆสีน้ำตาลอ่อนที่ซองอุงกอดอยู่ ท่าทางเธอจะรักมันมากเหมือนกันนะเนี่ย

เอ่อ ได้สิ แต่มุนบินต้องสัญญานะว่าจะดูแล เจ้าหมีน้อยตัวนี้ให้ดีที่สุดเลย

ได้สิ มุนบินสัญญา เมื่อข้อตกลงเสร็จสิ้น มุนบินก็ถอดกำไลออกจากข้อมือเล็ก ทั้งสองแลกเปลี่ยนของกันตามข้อตกลง เจ้าหมีน้อยไปอยู่กับเจ้าของใหม่ที่มีนามว่า ชองมุนบิน และกำไลสีแดงสดก็ได้ไปอยู่บนข้อมือที่เล็กกว่าเดิมภายใต้เจ้าของที่ชื่อ คิมซองอุง

เราอุตส่าห์เก็บไว้เป็นอย่างดีเลยนะเนี่ย แต่หมอนั่นน่ะดิ จะดูแลเจ้าหมีน้อยของฉันดีหรือเปล่านะ นายเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ มุนบิน เราคงไม่ใช่เพื่อนที่ดีต่อกันได้อีกแล้วล่ะ เดี๋ยวก็จบการศึกษาแล้วให้มันจบๆไปอย่างนี้แหละดีแล้วแหละ เฮ้ออออ สาวน้อยนั่งถอนหายใจเฮือกใหญ่

นี่ๆมุนบินไปเล่นเกมกันไหม เห็นว่าที่ร้านเกมเค้ามีเกมใหม่มาเพียบเลย สนใจหรือเปล่าเพื่อนเพื่อนในห้องเดียวกันชวน ซึ่งเป็นเรื่องปกติของเด็กผู้ชายที่มักจะชอบเล่นเกมกันเป็นชีวิตจิตใจ

อ่อ ไม่ล่ะ วันนี้เราอยากกลับบ้าน บายนะพูดจบมุนบินก็รีบมุ่งหน้ากลับบ้านทันที ชายหนุ่มกะไปให้ทันเดินพร้อมไปกับซองอุง ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคู่อริกันในสายตาทุกๆคน และเค้าก็มาทันจนได้ มุนบินรีบเดินขึ้นไปเทียบเคียงซองอุงทันที ก่อนเอ่ยขึ้นว่า

เด็กดีจังเลยนะกลับบ้านเร็วทุกวันเลยทำหน้าทะเล้น

ยุ่งคำเดียวห้วนๆที่ซองอุงตอบกลับทำเอามุนบินเสียหน้าไม่น้อย

นี่เธอจะพูดดีๆกับฉันไม่ได้เลยหรือไง ซองอุง เสียงของชายหนุ่มนุ่มลง บ่งบอกว่าเค้าก็อยากพูดดีๆกับเพื่อนคนนี้เหมือนกัน

แล้วใครล่ะที่อยากพูดไม่ดีกับฉันก่อน ทำไมไม่ถามตัวเองซะก่อนล่ะ ถึงมาถามคนอื่นซองอุงเร่งฝีเท้าเดินห่างมุนบินออกไป แต่ร่างสูงก็ไม่วายที่จะเดินตาม

ซองอุง เธอยังไม่หายโกรธฉันใช่ไหม ฉันรู้นะว่าฉันผิดเอง หายโกรธฉันเถอะนะซองอุง จอมเห่ย

นายเพิ่งคิดได้หรือไง ฉันไม่มีวันยกโทษให้นายเพราะฉันไม่เคยโกรธนายเลยยังไงล่ะมุนบิน

สาวน้อยสาวเท้าเร็วเพื่อเดินหนีหน้าผู้ชายที่เดินตามเค้าอยู่ เธอยังไม่อยากพูดอะไรกับผู้ชายคนนี้ในตอนนี้

ชายหนุ่มยืนอึ้ง กับคำตอบที่ได้รับมา ผมทำผิดอย่างไม่หน้าให้อภัยเลยใช่ไหม ซองอุง ตั้งแต่วันนั้นฉันรู้สึกผิดทุกครั้งที่ต้องแกล้งพูดไม่ดีกับเธอ

เฮ้ มุนบิน นายเป็นตุ๊ดหรือไงถึงได้ชอบไปกับผู้หญิงอ่ะ

เพื่อนๆของมุนบินแซวกันใหญ่ เพราะมุนบินกับซองอุงมักไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด และเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่เด็ก มุนบินหน้าแดงขึ้นทันทีเมื่อโดนเพื่อนๆล้อ

ไม่ใช่นะบ้าแล้ว ฉันน่ะผู้ชายเต็มตัวเลยนะจะบอกให้

ผู้ชายอะไรวะ มาคอยเป็นเบ้ ผู้หญิงแบบนี้ ไม่แมนเลยว่ะ ฮ่าๆๆๆๆเพื่อนๆหัวเราะเยาะกันใหญ่ ทำให้ความอดทนของผู้ชายคนนึงกำลังอายจนถึงขีดสุด เค้าหันไปเอ่ยกับสาวน้อยข้างๆด้วยน้ำเสียงเย็นชา ว่า

ซองอุง ต่อไปนี้เราไม่ต้องจะไม่ไปไหนด้วยกันแล้วนะ ห่างๆกันไปเลย

มุนบินสาวน้อยถึงกับอึ้งกับคำกล่าวของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า คนที่ขึ้นชื่อว่าเพื่อนสนิท กลับมาพูดกับเธอแบบนี้ เพียงแค่คำพูดของคนอื่นที่ไม่เข้าใจซึ่งความเป็นเพื่อนของเราเลย

เธอเข้าใจใช่ไหมซองอุง

เราไม่มีอะไรต้องพูดกันอีกซองอุงเดินหนีชายหนุ่มไป โดยที่ไม่หันกลับมามองอีก ตั้งแต่วันนั้นมา ผมก็ไม่เคยพูดดีๆกับเธอเลย เพียงเพราะว่ากลัวเพื่อนจะล้ออีก

ผมไม่น่าหลงผิด เชื่อคำของคนอื่น จนพลั้งปากพูดออกไปกับซองอุงแบบนั้นเลย ผมควรจะเชื่อในมิตรภาพของผมกับผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเพื่อนสนิทอย่างซองอุงมากกว่า ซองอุง ผมอยากจะขอโทษเธอ เธอจะยอมรับฟังคำขอโทษจากคนที่เคยทำผิดพลาดต่อเธอหรือเปล่านะ

ซองอุงจ๊ะ วันอาทิตย์นี้ แม่จาพาหนูไปพบจักษุแพทย์เพื่อทำคอนแทคเลนส์นะจ๊ะคุณแม่รีบแจ้งข่าว เมื่อเห็นลูกสาวเดินก้าวท้าวเข้ามาในบ้าน

เอ่อ ค่ะ หนูก็พร้อมที่จะใส่คอนแทคเลนส์แล้วค่ะ

งั้นตกลงตามนี้นะจ๊ะซองอุง ตอนนี้ มากินคุกกี้ที่แม่ทำไว้ดีกว่ามา

ค่ะ

วันนี้ก็ล่วงเลยมาจนวันศุกร์แล้ว เปิดเทอมมาก็ยังไม่ค่อยมีการบ้าน สบายจังเลย ซองอุง เดินกลับบ้านไปตามถนนสายเดิมที่ใช้อยู่ทุกวัน เธอกลับบ้านด้วยความสบายใจกว่าทุกๆวันที่เปิดเทอมมา

~อุ๊บบบบ ~ ชายร่างสูงคนหนึ่งวิ่งมาชนซองอุงอย่างไม่ได้ตั้งใจ ทำเอาร่างบางเซถลาล้มลงไปกองกับพื้น แว่นตาคู่ใจของเธอก็ปลิวหลุดจากใบหูของเธอ ซัดไปกระทบกับเก้าอี้ม้าหินอ่อนที่ทางเทศบาลเมืองจัดไว้ตามฟุตบาทเพื่อให้คนสัญจรไปมานั่งพัก เมื่อเธอล้มลงไปได้สักพัก ก็มีผู้หญิงสองคนวิ่งตามผู้ชายคนนั้นไป ภาพที่เธอกำลังเห็น แบบไม่ค่อยชัดเจนนั้นอาจเป็นการวิ่งราวทรัพย์ ถ้าเป็นอย่างที่เธอคิดจริงเค้ากล้ามากที่ทำแบบนั้น ช่างไม่เกรงกลัวกฎหมายอันสุดแสนเข้มงวดบางเลย เธอหรี่ตาลงช้าๆเพื่อให้มองเห็นขึ้นมาบ้างเล็กน้อย เมื่อไม่มีแว่นอะไรๆก็ดูไม่ชัดเจนไปหมด

แว่นของฉัน อยู่ไหนนะซองอุงพยายามควานหาแว่นตาที่ตอนล้มลงนั้นมันกระเด็นไปไหนก็ไม่รู้ และแล้วเธอก็หาเจอ แต่มันกลับไม่ได้อยู่ในสภาพที่ใช้การได้ซะแล้ว เลนส์ทั้งสองข้างแตกจนหลุดออกมานอกกรอบแว่นหนา

แว่นตาของฉัน แตกซะแล้ว แย่จังเลยแฮะซองอุงจับกรอบแว่นตาที่ยังพอมีเศษเลนส์อยู่ขึ้นมาใส่ แต่ก็ช่วยอะไรได้ไม่มาก ของที่แตกไปแล้วยังไงมันก็กลับมาใช้งานให้ได้ดีแบบเดิมไม่ได้ เปรียบเหมือนชีวิตของคนเรานั่นแหละที่มันเคยต้องเจ็บต้องช้ำกับสิ่งใดไปแล้วถึงจะคืนกลับมาได้มันก็ไม่มีวันเหมือนเดิม

ซองอุง นี่เธอเป็นอะไรมากหรือเปล่ามุนบินที่เดินกลับบ้านทางเดียวกัน มาพบเข้าจึงรีบเข้ามาประคองร่างบางที่เคยขึ้นชื่อว่าเป็นเพื่อนสนิทขึ้นมา เธอนี่มันซุ่มซ่ามจริงๆเลยซองอุง

อย่ายุ่งกับฉันซองอุงปฏิเสธการช่วยเหลือ เธอสะบัดแขนออกจากมือใหญ่ที่กำลังประคองเธออยู่ด้วยความแรง

เก็บความหวังดีของนายคืนไปเถอะมุนบิน

ซองอุง ให้ฉันช่วยเธอเถอะนะ เรื่องอื่นเอาไว้ก่อนได้ไหม ดูที่เข่าของเธอสิ เลือดไหลซึมเลยนะมุนบินเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เป็นห่วง สาวน้อยมองลงไปยังเข่าของเธอที่กำลังโชกไปด้วยเลือด

เจ็บแค่นี้ มันไม่ถึงตายหรอก นายอย่ายุ่งดีกว่า มุนบินควักผ้าเช็ดหน้าของตัวเองออกมา พลางย่อตัวลงนั่งเพื่อเช็ดเลือดที่เข่าของคนเจ็บเบาๆ มุนบินนายทำบ้าอะไร อย่ามายุ่งกับฉันเลย นายมันบ้าที่สุด

กลับบ้านกันเถอะนะ แว่นเธอก็แตกอ่ะ มองอะไรไม่ชัดมันอันตรายนะเดี๋ยวฉันไปส่งมุนบินเดินเทียบเคียงมากับซองอุงจนถึงหน้าบ้านของเธอโดยที่ไม่ได้พูดอะไรกันสักคำ

ซองอุง ฉันมีเรื่องอยากจะบอกเธอ ช่วยรับฟังหน่อยจะได้ไหม

ซองอุงหาได้ตอบอะไรไม่ เธอเปิดประตูรั้วเข้าบ้านไปอย่างไม่สนใจ แต่คนร่างสูงก็ไม่วายที่จะเอ่ยมัน แม้เธอจะไม่ยอมรับฟัง

ซองอุง มุนบินขอโทษ ขอโทษซองอุงไม่แม้แต่จะหันกลับมารับฟัง เธอช่างเย็นชาเหลือเกิน เป็นไปอย่างที่ผมคิดไว้ไม่มีผิด เธอไม่มีวันยกโทษให้ผม อย่างที่เธอได้กล่าวไว้จริงๆ ว่ามันคงไม่มีวัน ไม่มีวัน

วันจันทร์ซองอุงไม่ได้ใส่แว่นตาไปโรงเรียนอีกแล้ว เพราะคุณแม่ของเธอพาใส่คอนแทคเลนส์เรียบร้อยแล้ว

เธอเปลี่ยนไปจากยัยเห่ยคนเดิม มาเป็นคนที่ดูสดใสกว่าเดิมเป็นร้อยเท่า ใบหน้าที่น่ารักสดใสภายใต้กรอบแว่นหนาเตอะ ได้ออกมาประจัก ต่อสายตาทุกคนก็วันนี้เอง ชายหนุ่มทั่วทั้งโรงเรียนต่างมองกันเป็นตาเดียว แทบไม่เชื่อสายตาว่าจะเป็นคนคนเดียวกันกับเมื่อก่อนที่ดูเฉิ่มเชย เห่ย แว่นหนาเตอะ แถมยังพูดจากวนโอ๊ยก็เท่านั้น

ซองอุง นี่นางฟ้าเข้าสิงเธอหรือไงกันเพื่อนในห้องถามด้วยความประหลาดใจ นี่อาจจะเป็นความคิดของเพื่อนชาย แต่ในสายของเพื่อนร่วมห้องที่ขึ้นชื่อว่าเพศเดียวกันนี่สิ ต่างพากันอิจฉากันใหญ่

ชิ